Avner Meyrav
เขียนโดย Avner Meyrav
15014 จำนวนการชม

ผลกระทบของโคโรนาไวรัสที่มีต่อตลาดโลก

ความหวาดกลัวโคโรนาไวรัสทำให้ทั้งโลก “ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด” ส่งผลกระทบทุกอย่างตั้งแต่กิจกรรมทางธุรกิจไปจนถึงการเดินทาง ผลกระทบของไวรัสตัวนี้ที่มีต่อเศรษฐกิจโลกนั้นสังเกตเห็นได้ แต่ผลกระทบโดยรวมยังคงต้องติดตามต่อไป อย่างไรก็ตาม รายงานการติดเชื้อที่เพิ่มจำนวนขึ้นมากนอกประเทศจีนได้ส่งผลกระทบต่อตลาดทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่สำคัญประการหนึ่งของผลกระทบที่เกิดจากไวรัส คือการยกเลิกงาน Mobile World Congress (MWC) ที่เมืองบาร์เซโลนาเมื่อไม่นานนี้ MWC ถือว่าเป็นงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีมือถือที่สำคัญที่สุดในโลก การยกเลิกงานจึงส่งผลกระทบต่อการวางแผนประกาศและการเปิดตัวในงานประชุมของบริษัทต่าง ๆ ด้านเทคโนโลยีมือถืออย่างแน่นอน

จากข้อมูล ณ ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อประมาณ 80,000 คนทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งกำเนิดไวรัส จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด ประมาณ 2,800 คนเสียชีวิต (ในขณะที่เขียนบทความนี้) แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป และไวรัสจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

ความสำคัญของประเทศจีน

ประเทศจีนมีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกตาม GDP และยังเป็นแกนหลักของการผลิตทั่วโลก อันที่จริง จีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตถึงอันดับสองได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีสหรัฐอเมริกาครองอันดับหนึ่ง มีบริษัทจำนวนมากในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกซึ่งต้องพึ่งพาการผลิตของจีนจึงจะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่โคโรนาไวรัสจะส่งผลกระทบเชิงลึกต่อเศรษฐกิจโลกถึงเพียงนี้

แหล่งที่มา: The Guardian

นี่ย่อมหมายความว่าผลกระทบของไวรัสที่มีต่อการผลิตในประเทศจีนนั้นแพร่กระจายออกไปไกลเกินอาณาเขตประเทศจีน บริษัทข้ามชาติจำนวนมากมีโรงงานผลิตในประเทศจีน รวมถึงแบรนด์แฟชั่น เช่น GAP และ Abercrombie & Fitch, บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ เช่น AT&T, บริษัทเทคโนโลยี เช่น Apple และอื่น ๆ อีกมากมาย

แบรนด์ต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น ผู้ผลิตเครื่องกีฬาอย่าง Nike และ Adidas ก็ต้องพึ่งพารายได้จากการค้าปลีกในประเทศจีนเป็นอย่างมาก เช่น Nike ผลิตสินค้า 20% ในประเทศจีนและรายได้ 17% ก็มาจากยอดขายในประเทศจีน

ยิ่งกว่านั้น โรคที่แพร่ระบาดรวดเร็วนี้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปและกลับจากประเทศจีน เนื่องจากสายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินไปยังประเทศจีน ตามความเป็นจริง จำนวนผู้โดยสารลดลง 55% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบของการยกเลิกการจองเที่ยวบินและโรงแรมเท่านั้น แต่ยังลดยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมาก

เมื่อเริ่มตื่นตระหนก

เมื่อมีรายงานข่าวเรื่องไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายถึงชีวิตในช่วงปลายเดือนมกราคม ตลาดก็เริ่มตื่นตระหนก ตลาดหุ้นในประเทศจีน ซึ่งเพิ่งเปิดหลังจากสิ้นสุดวันหยุดเทศกาลตรุษจีนร่วงลง 10% เนื่องจากดัชนีและ ETF จำนวนมากลดค่าลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการสั่งปิดโรงงานทั่วประเทศอีกด้วย ทางการของปักกิ่งอัดฉีดเงิน 174,000 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาด เพื่อรักษาสมดุล

ผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะตลาดเอเชียเท่านั้น เนื่องจากบริษัทหลายแห่งในสหรัฐต้องพึ่งพาโรงงานในประเทศจีนให้ผลิตสินค้าต่าง ๆ เห็นได้ชัดโดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้หุ้นบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งปรับตัวลดลงเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ดึงค่าดัชนีหลัก Wall Street ลงไปด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบ (ทองคำสีดำ) รายใหญ่ที่สุดในโลกก็ถูกผลกระทบอย่างมากเช่นกัน ราคาลดลงประมาณ 16%

ไวรัสตัวนี้จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรไตรมาส 1 อย่างไร

ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ Apple บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งซึ่งต้องพึ่งพาการผลิตของจีนเป็นอย่างมาก ได้ประกาศเตือนเรื่องรายได้ จากข้อมูลของบริษัท การปิดโรงงานในประเทศจีนทำให้การผลิตเสียหาย ส่งผลกระทบในระดับที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิต iPhone ในไตรมาส 1 ปี 2020

Apple เป็นเพียงหนึ่งในหลายบริษัทที่ต้องพึ่งพาการผลิตของจีน และเป็นไปได้มากว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ อาจต้องประกาศเตือนแบบนั้นเช่นกัน บริษัทอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่งออกประกาศเตือนที่คล้ายกัน รวมถึง MasterCard, Coca-Cola และ Procter & Gamble

ทองคำเข้าสู่ขาขึ้น

โดยทั่วไปเมื่อตลาดโลกตกต่ำลง สินทรัพย์ที่ปลอดภัยจะอยู่ในขาขึ้น คราวนี้เห็นได้ชัดว่านักลงทุนพากันหันไปหาทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากโลหะมีค่าปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก จนถึงระดับสูงที่สุดในรอบแปดปี

ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทองคำพุ่งสูงถึง 1,600 ดอลลาร์ซึ่งมีความสำคัญทางจิตวิทยาและยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าตราบใดที่โคโรนาไวรัสยังส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างต่อเนื่อง ราคาทองคำอาจเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดที่ราคาเกือบ 1,800 ดอลลาร์ในปี 2011 ก็ได้

ผลกระทบในอนาคต

คงไม่สามารถคาดการณ์อย่างครบถ้วนว่าไวรัสจะส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างไร ในขณะนี้ ตลาดกำลังเป็นขาลงทั่วโลก เนื่องจากมีรายงานผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในอิตาลี

ในขณะนี้ ตลาดต่าง ๆ กำลังตกลงทั่วโลก ราคาหุ้น Wall Street ต่ำลงอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ดัชนี SPX500 มูลค่าลดลง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงสองวัน ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดที่สหรัฐอเมริกาและเอเชียเท่านั้น เนื่องจากดัชนี UK100, GER30 และ FRA40 ก็ได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน ราคาน้ำมันดิบก็ลดต่ำลงอย่างหนัก ลดลงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ ถือว่าเป็นสถิติราคาต่ำสุดตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว

ไม่ว่าแนวโน้มขาลงจะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่ แต่นักลงทุนและนักเทรดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ ความผันผวนอย่างรุนแรงอาจน่าดึงดูดใจ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากต่อเงินลงทุน

15014 จำนวนการชม