การแยกหุ้นเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ทั่วไปใน ตลาด และเกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลกและในหลายครั้ง คู่มือนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า การแยกหุ้นคืออะไร มีผลกระทบต่อโพสิชันหุ้นของคุณอย่างไร และ eToro จัดการกับหุ้นเหล่านั้นบนแพลตฟอร์มอย่างไร

การแยกหุ้นคืออะไร

การแยกหุ้นเป็นคำศัพท์ที่อธิบายตัวเองได้ดี บริษัทแบ่งหุ้นแต่ละตัวออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ในอัตราส่วนการแยกที่กำหนด ตัวอย่างเช่น หากบริษัทประกาศแยกหุ้นจำนวนห้าต่อหนึ่งหุ้น โดยแต่ละหุ้นในปัจจุบันของบริษัทมีมูลค่า 400 ดอลลาร์ ราคาหุ้นจะลดลงเป็นหนึ่งในห้าหรือ 80 ดอลลาร์หลังจากแยกหุ้นแล้ว ในระหว่างเหตุการณ์นี้ จำนวนหุ้นปัจจุบันของผู้ถือหุ้นแต่ละรายจะเพิ่มขึ้นตามอัตราส่วนการแยกหุ้น 

ทำไมจึงต้องแยกหุ้น

มีหลายเหตุผลที่บริษัทต้องตัดสินใจแยกหุ้น ต่อไปนี้เป็นบางประเด็นที่ควรทราบเกี่ยวกับเหตุผลในการแยกหุ้น:

 

  • การดึงดูดนักลงทุนรายย่อย: นักลงทุนบางรายไม่อยากลงทุนในหุ้นบางตัวหากราคาหุ้นดังกล่าวสูงเกินไป การแยกหุ้นจะทำให้ราคาหุ้นหมุนเวียนต่ำลง จึงทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากขึ้นสามารถซื้อหุ้นได้ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่นักลงทุนสถาบันหลายรายยังคงซื้อหุ้นทั้งหมด แต่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเลือกที่จะซื้อหุ้นแบบสัดส่วน ผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายและการลงทุนที่เป็นนวัตกรรม เช่น eToro 
  • สภาพคล่องสูงขึ้น: ยิ่งมีหุ้นในตลาดจำนวนมากเท่าใด ยิ่งมีโอกาสที่จะมีสภาพคล่องมากขึ้นเท่านั้น หุ้นมากขึ้นอาจหมายถึงการทำธุรกรรมมากขึ้นและมีเงินมากขึ้นที่เปลี่ยนมือ
  • การกำหนดราคาทางจิตวิทยา: นักวิเคราะห์มักบอกว่าหุ้นบางตัว “มีมูลค่าสูงเกินจริง” ซึ่งหมายความว่าราคาในปัจจุบันแสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาด แทนที่จะเป็นมูลค่าจริง การแยกหุ้นทำให้ราคาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบทางจิตวิทยาที่ราคาหุ้นสะท้อนความจริงมากขึ้น 
  • จะแบ่งหุ้นเมื่อใด ไม่มีสูตรตายตัว บางบริษัทแบ่งราคาหุ้นทุกสองสามปี โดยแสดงให้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บางบริษัทปฏิเสธที่จะแยกหุ้น ไม่ว่าราคาหุ้นแต่ละตัวจะสูงแค่ไหนก็ตาม เมื่อพูดถึงระยะเวลา บริษัทต่าง ๆ มักจะให้เวลาอย่างน้อยสองสามสัปดาห์ระหว่างการประกาศและการแยกหุ้นจริง

Why do Stocks Split?

สามารถแยกหุ้นได้กี่ครั้ง 

ในทางทฤษฎี ทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง บริษัทสามารถแบ่งหุ้นได้หลายครั้งตามที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น ระหว่างปี 19872003 Microsoft บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีแยกหุ้นเก้าครั้ง อย่างไรก็ตามเนื่องจากต้องมีเอกสารและระบบราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง บริษัทต่าง ๆ จึงมีแนวโน้มที่จะแยกหุ้นเมื่อพวกเขารู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีและเวลาเหมาะสมสำหรับธุรกิจ 

How many Times can a Stock Split?

ราคาหุ้นและดัชนี

บางครั้งการแยกหุ้นอาจมีผลต่อทั้งดัชนีในภาพรวม ตัวอย่างเช่น การถ่วงน้ำหนักใน ดัชนี DJ30 จะคำนวณโดยใช้ราคาหุ้นเป็นเกณฑ์ ซึ่งหมายความว่าหากแยกหุ้น สัดส่วนของดัชนีจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น การแยกหุ้น Apple ในปี 2020 เปลี่ยนจากการเป็นหุ้นถ่วงน้ำหนักอันดับต้นใน DJ30 จนกลายมาเป็นลำดับที่ 16 

Apple stock split

การแยกหุ้นส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างไร

โดยปกติแล้วไม่มีการรับประกันผลจากการแยกหุ้น มูลค่าของแต่ละหุ้นจะถูกแยกออก แต่มูลค่าตลาดโดยรวมของบริษัทยังคงเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม จากที่ผ่านมาการแยกหุ้นมักจะส่งผลดีต่อบริษัทที่แยกหุ้น อย่างน้อยก็ในระยะสั้น

จากข้อมูลของ Bespoke Investment Group ตั้งแต่ปี 20152020 การเปลี่ยนแปลงราคาโดยเฉลี่ยของหุ้นของบริษัทที่ประกาศแยกหุ้นจะเพิ่มขึ้น 2.3% นับจากเวลาที่ประกาศแยกหุ้น จนถึงเวลาที่ดำเนินการ ยิ่งไปกว่านั้นเกือบ 70% ของหุ้นเหล่านี้มีผลงานเหนือกว่า ดัชนี S&P 500 ในช่วงเวลานั้น ในขณะที่หุ้นโดยเฉลี่ยราคาลดลง 0.3% ทันทีหลังจากการแยก ในปีถัดไปบริษัทเหล่านี้มีกำไรเฉลี่ย 9.8% 

แม้จะเป็นเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ามีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น และการตัดสินใจแยกหุ้นอาจเกิดขึ้นพร้อมกับปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น เนื่องจากผลการดำเนินงานในอดีตเป็นไปในเชิงบวก จึงอาจไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือ 

การรวมหุ้นคืออะไร

การแยกหุ้นย้อนกลับเป็นทิศทางตรงข้ามกับการแยกหุ้น ในการแยกหุ้นแบบย้อนกลับ บริษัทได้รวมหุ้นเพื่อลดจำนวนหุ้นโดยรวม ตัวอย่างเช่น หากบริษัทหนึ่งประกาศแยกหุ้นย้อนกลับแบบสี่ต่อหนึ่ง และในปัจจุบันแต่ละหุ้นมีมูลค่า 50 ดอลลาร์ ราคาหุ้นใหม่จะเท่ากับ 200 ดอลลาร์ และผู้ถือหุ้นที่มีแปดหุ้นจะเหลือสองหุ้น 

What is a Reverse Stock Split?

การแยกหุ้นแบบย้อนกลับส่งผลกระทบต่อนักเทรดและนักลงทุนอย่างไร

ซึ่งแตกต่างจากการแยกหุ้นปกติ ซึ่งใช้จำนวนหุ้นคูณด้วยอัตราส่วนการแยกหุ้น การรวมหุ้นอาจทำให้ผู้ถือหุ้นมีหุ้นแบบสัดส่วน ตัวอย่างเช่น หากผู้ถือหุ้นรายหนึ่งมีห้าหุ้น และการรวมหุ้นเป็นแบบสี่ต่อหนึ่ง จึงกลายเป็น 1.25 หุ้น ในกรณีนี้ บริษัทส่วนใหญ่จะชำระบัญชีหุ้นส่วนต่าง และให้ผู้ถือหุ้นได้ส่วนต่างเป็นเงินสด อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใน eToro โพสิชันจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก eToro เปิดให้เป็นเจ้าของหุ้นแบบสัดส่วน 

การแยกหุ้นทำงานอย่างไรใน eToro

eToro เป็นแหล่งลงทุนของนักเทรดและนักลงทุนจำนวนมากที่ใช้แพลตฟอร์มการลงทุนในหุ้นโดยค่าคอมมิชชันเป็นศูนย์ เนื่องจากมีการเสนอขายหุ้นขนาดใหญ่ eToro จึงคุ้นเคยกับการแยกหุ้น และได้จัดการกับหุ้นเหล่านั้นมาแล้วในอดีต 

เมื่อเกิดเหตุการณ์ในตลาดดังกล่าว eToro ได้สร้างกระบวนการที่ราบรื่นในการนำอัตราส่วนการแยกหุ้นมาใช้กับตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะมีการเปลี่ยนแปลงกับจำนวนหน่วยทั้งหมดและราคาเฉลี่ยหรือราคาปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มูลค่าของแต่ละโพสิชันจะไม่เปลี่ยนแปลง

หากเกิดการรวมหุ้น นั่นหมายความว่าโพสิชันที่มีหุ้นทั้งหมดก่อนหน้านี้อาจมีหุ้นแบบสัดส่วน อย่างไรก็ตาม มูลค่าโดยรวมของโพสิชันจะไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากการแยกหุ้น 

eToro อาจสื่อสารกับผู้ใช้ล่วงหน้า เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงการแยกหุ้น และหากจำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ ในส่วนของพวกเขา แม้ว่าจะมีแนวโน้มต่ำมากที่จะเกิดขึ้น 


ค่าคอมมิชชันเป็นศูนย์ใช้ได้กับลูกค้าของ eToro (Europe) Ltd., eToro (UK) Ltd. และ eToro AUS Capital Pty Ltd. (AFSL 491139)

สำหรับลูกค้าของ eToro AUS เฉพาะหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้นที่พร้อมให้บริการเป็นสินทรัพย์อ้างอิงและไม่มีค่าคอมมิชชัน เราเสนอขายหุ้นเหล่านี้ผ่านทาง eToro Service (ARSN 637 489 466) ซึ่งดำเนินการโดย Gleneagle Asset Management Limited ABN 29 103 162 278 และสนับสนุนโดย eToro Australia Pty Ltd. CAR 001281634 โปรดดู FSG และ PDS ของเราก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อขายกับเราหรือไม่ หุ้นอื่น ๆ ทั้งหมดนำเสนอในรูปแบบอนุพันธ์และมีค่าคอมมิชชัน

ค่าคอมมิชชันเป็นศูนย์ใช้ไม่ได้กับโพสิชันระยะสั้นหรือการใช้ทุนเงินกู้ ค่าคอมมิชชันเป็นศูนย์หมายความว่าไม่มีการเรียกเก็บค่านายหน้าเมื่อเปิดหรือปิดโพสิชัน อาจมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมได้โดย คลิกที่นี่ เงินทุนของคุณมีความเสี่ยง